Seance

[Review ภาพยนตร์ สยองขวัญ] Seance (2021) คืนปลุกผี เมื่อความตายไม่อาจหยุดยั้งความแค้นได้

          Seance เป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ปี 2564  กำกับโดย Simon Barrett และนำเราไปพบเรื่องราวความสยองขวัญที่ยากจะลืมเลือนพร้อมขับขานตำนานเขย่าขวัญ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนประจำหญิงล้วนแห่งหนึ่ง หลังจากที่บรรดากลุ่มเพื่อนสาวตัวแสบตัดสินใจอัญเชิญวิญญาณนักเรียนหญิงที่เคยเสียชีวิตในหอพักแห่งนี้ให้มาปรากฏตัว ไม่นานนักเรื่องราวอาถรรพ์ก็เกิดขึ้น ส่งผลให้นักเรียนหญิงคนหนึ่งพลัดตกจากหน้าต่างลงมาคอหักตายอย่างน่าสะพรึงหลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนั้น ไม่นานนัก คามิล สาวคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมายังโรงเรียนแห่งนี้ เธอพบกับบรรดาเด็กสาวตัวแสบที่พร้อมจะมีเรื่องกับเธอทันทีในฐานะ “เด็กใหม่”ไม่ใช่แบบแนนโน๊ะ หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์แบบแปลกประหลาด เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ลึกลับ เมื่อเริ่มมีนักเรียนเสียชีวิตอย่างแปลกประหลาด ไม่นานนักความชั่วร้ายก็เริ่มคืบคลานเข้ามาหาพวกเธอทีละคน

          ผู้กำกับภาพยนตร์  Simon Barrett ที่เดิมเป็นมือเขียนบทให้กับหนังอย่าง You’re Next และ The Guest อันเป็นผลงานการกำกับของ Adam Wing Guard  ผันตัวเองมากำกับหนังเรื่องยาวเป็นครั้งแรกและยังควบตำแหน่งเขียนบทภาพยนตร์ Seance (2021) ด้วยตัวเอง ในแง่ของภาพรวมแล้ว Seance อาจจะไม่ใช่ผลงานสยองขวัญที่เร้าใจหรือแปลกใหม่นัก แต่ถ้าหากมองเป็นงานที่ทำให้เราหวนนึกถึงหนังยุค 1990 ปลายๆที่กลุ่มตัวละครเอกของเรื่องต้องติดอยู่ในพื้นที่จำกัด ปิดตาย ไปไหนไม่ได้ หนังเรื่องนี้ถือว่าให้บรรยากาศแบบนั้นเลยก็ว่าได้สำหรับของการเขียนบทนั้น เขายังเล่นกับ “แนว” ของภาพยนตร์ได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการผสมผสานเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติว่าด้วย “ผี” ผสมผสานกับหนังแนว “ไล่เชือด” ที่มีฆาตกรลึกลับปรากฏตัวขึ้นและไล่สังหารเหยื่อทีละราย แต่ถ้ามองในแง่ของการกำกับแล้ว จะพบว่าในการเล่าเรื่องขนาดยาวนั้น การร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆของหนังดูค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลเท่าที่ควรนัก อาทิ การปรากฏตัวขึ้นของฆาตกร ระบบการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนหลังจากการเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมขึ้น

          หรือแม้กระทั่งการปรากฏตัวของผี ของตัวหนัง Seance (2021)  ที่แม้จะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่ทำให้ผู้ชมไขว้เขวไปต่าง ๆ นานา ก่อนจะนำไปสู่การหักมุมในตอนท้ายก็ตามอย่างไรก็ตามที คงต้องบอกว่าฉากลึกลับ เขย่าขวัญเมื่อบรรดาเหยื่อในหนังเรื่องนี้โดนสังหารไปทีละคน ช่วงเวลาการตายของพวกเขาก็เรียกได้ว่ามีวิธีการกระตุกขวัญ เร้าอารมณ์คล้ายๆกับหนังไล่เชือดยุค 1990 ตอนต้น จำพวก Scream หรือ I Know what did you last summer ที่ไม่เน้นความแหวะของบาดแผล แต่เน้นการตัดต่ออันรวดเร็ว ฉับไว เผยให้เห็นแค่ความคมของอาวุธ และอวัยวะของเหยื่อที่เกิดการตอบสนองต่อความเจ็บปวดจากการโดนทำร้าย ได้อย่างน่าสนใจและมีสไตล์แบบที่เราไม่ค่อยได้เห็นในหนังไล่เชือดยุคหลังๆนี้ รับประกันความสยองจัดหนักโดย เว็บพนันออนไลน์ ชั้นดี PES77

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *